เปิดใจศิษย์ใกล้ชิดหลวงพ่อจรัญ มลฤดี จาตุรันต์ “หลวงพ่อสอนให้ฝึกสติ ไม่ได้ให้ไปสวรรค์”

"หลวงพ่อสอนให้ฝึกสติ ไม่ได้ให้ไปสวรรค์"

หลังการมรณภาพอย่างสงบของ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี เมื่อเช้า วันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ตามที่โรงพยาบาลศิริราช ได้ออกแถลงการณ์ ดังนี้... หลังจากเข้ารับการรักษาอาการอาพาธ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2558 ด้วยอาการหอบเหนื่อยจากโรคปอดอักเสบ โดยคณะแพทย์ได้ถวายการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะและออกซิเจนนั้น ต่อมาโรครุนแรงขึ้น แพทย์ได้ถวายการช่วยหายใจและถวายการรักษาประคับประคองระบบการหายใจและหลอดเลือดด้วยเครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด ถวายการรักษาทดแทนไต ระยะหลังอาการทรุดลง เริ่มมีเลือดออกผิดปกติจนต้องมีการถวายเลือดและเกล็ดเลือด จนในที่สุดการทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว ไม่สามารถถวายการรักษาประคับประคองได้ต่อไป พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมฺโม) ถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ ในวันที่ 25 มกราคม 2559 เวลา 08.37 น.

เพื่อเป็นการอาจาริยบูชาหลวงพ่อจรัญ ให้อนุชนคนรุ่นหลัง ได้เห็นปฏิปทา และวัตรปฏิบัติอันเพียบพร้อมของพระสุปฏิปันโนแห่งยุคสมัยที่ยังคงมีอยู่จริง ให้เราได้ศึกษาและดำเนินชีวิตตามรอยท่าน

'เนชั่นสุดสัปดาห์' ได้สัมภาษณ์ มลฤดี จาตุรันต์ ผู้ก่อตั้ง สำนักพิมพ์พระพุทธศาสนาประกาศ และเจ้าของบริษัทแอดวานซ์แสตนดาร์ด กรุ๊ป จำกัด หนึ่งในศิษยานุศิษย์ที่ได้ปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อจรัญ มากว่า 20 ปี มอบเป็นกัลยาณธรรมให้กับท่านผู้อ่าน เป็นการบูชาพระคุณหลวงพ่อจรัญ ที่มีความเมตตาอย่างไม่มีประมาณต่อเราทั้งหลายที่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ในสังสารวัฏ ให้ดวงตาเห็นธรรมมาตลอดอายุชัยของท่าน

เริ่มต้นปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อจรัญเมื่อไร?

ท่านสอนเรามาตั้งแต่ปี 2535 ประมาณ 24 ปีแล้ว หลังจากนั้นก็ไปทุกเดือน แล้วนำมาใช้ในชีวิตจริง คำที่ประทับใจ แต่สงสัยมากในตอนแรกที่หลวงพ่อจรัญสอน ก็คือ ท่านกล่าวว่า "โอบอ้อม อารี วจีไพเราะ สงเคราะห์ทุกคน วางตนเป็นกลาง" เลยกราบเรียนถามท่านว่า ออบอ้อมอารี วจีไพเราะ นี้พอเข้าใจแต่สงเคราะห์ทุกคนหรือคะ จะเป็นสงเคราะห์ผู้คนใช่ไหมคะ หลวงพ่อบอกว่า ไม่ใช่ ต้องสงเคราะห์ทุกคน และสุดท้ายคือวางตนเป็นกลาง ก็เข้าใจแล้วว่า หลวงพ่อท่านเมตตาทุกคน ไม่เลือกปฏิบัติ

คำสอนของท่านดีหมดทุกอย่าง จนถึงทุกวันนี้ก็นำคำสอนของท่านมาใช้ในครอบครัว ในชีวิตประจำวัน และในการเผยแผ่ธรรม เวลาเราทำงาน ไม่ใช่ว่าเราจะพูดไปเป็นนกแก้วนกขุนทอง แต่เรานำมาปฏิบัติ แล้วเราจะเข้าใจว่า เราไม่สามารถพูดธรรมะได้หมด

หมายถึง?

สำหรับคนที่เรารู้จัก จะบอกว่า คำสอนหลวงพ่อไม่ไม่ได้บอกให้ไปสวรรค์ แต่ให้นำมาใช้ในชีวิตจริง ท่านสอนให้ฝึกสติเคยถามหลวงพ่อตอนแรกๆ ของการปฏิบัติค่ะ ว่าขอให้สอน มโนมยิทธิ " และสอนเพ่งกสิณ" ได้ไหม ท่านตอบเลยว่าขอให้สติอย่างเดียว แล้วเวลาสงสัยอะไรท่านจะตอบทุกอย่างเลย และนั้นมีปัญหาอะไร เวลาไปปฏิบัติก็จะถามท่านตลอด แล้วท่านก็เมตตาตอบทุกเรื่อง

ไปปฏิบัติธรรมบ่อยไหม?

ไปเข้ากรรมฐานทุกเดือน 22 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2535 แล้ววันที่ 29 มกราคม 2536 ก็ไปปฏิบัติธรรมต่อหลังจากนั้นก็ทำมาเรื่อยๆ กระทั่งปลายปีที่ผ่านมา สุขภาพไม่ดี ไปผ่าตัดหลัง เลยไม่ได้ไปอีก แต่มีอะไรก็โทรศัพท์หาหลวงพ่อ ท่านก็เมตตามาตลอด ตอนที่ทางโรงพยาบาล ประกาศว่าหลวงพ่อต้องการเลือด ก็เดินทางไป ตั้งใจจะไปให้เลือดแต่พอไปถึงหมอบอกว่าเราไม่สามารถให้เลือดได้เพราะเพิ่งผ่าตัดใหญ่มา ก็ได้แต่กลับมาบ้าน แล้วปฏิบัติให้หลวงพ่อมาตลอดก็เคยถามเรื่องการปฏิบัติหลายอย่างจากหลวงพ่อ เคย กราบเรียนท่านว่า เรามีห่วงนะ คือมีลูก เป็นห่วง ทำอย่างไรท่านก็ให้ปฏิบัตอนี่แหละ

ปฏิบัติมา 22 ปีแล้ว มีอะไรเปลี่ยนแปลงในตัวเองบ้าง ?

เยอะค่ะ เมื่อก่อนเป็นคนร้อนเหมือนภูเขาไฟ ที่ปะทุอยู่ข้างใน เจอหลวงพ่อครั้งแรก ท่านก็บอกเลยว่า เมตตาอย่าเจือโทสะ คือท่านรู้วาระจิต ทุกครั้งที่ไป เราเห็นท่านไม่เคยว่างจากการช่วยเหลือคนที่มาหาตลอด อย่างที่ท่านกล่าวเลยว่า สงเคราะห์ทุกคนเราก็รู้สึกว่า ท่านเมตตาสูงมาก เคยถามท่านอีกเหมือนกันว่า หลวงพ่อสงเคราะห์ หมดทุกคนเลยหรือคะ ท่านก็เมตตาตอบว่าคนขามีทุกข์ ก็ต้องช่วยเขา คือท่านเป็นตัวอย่างที่ดี เป็นพระอริยสงฆ์ เราก็เลยบอกว่า หายาก ที่จะได้เจอพระปฏิบัติเช่นนี้

ธุรกิจที่ทำอยู่?

ก็ทำนิตยสาร 'ธุรกิจก้าวหน้า' ปัจจุบันลูกชายคนรอง ปิยวิชช์ จาตุรันต์ มาทำงานสืบสานงานต่อ ให้ทันสมัยขึ้น ในนาม ADVANCED BUSINESS MAGAZINE และด้วยที่เราทำหนังสือธุรกิจ ก็เคยไป กราบเรียนถามสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับงานที่ทำอยู่

เปิดใจศิษย์ใกล้ชิดหลวงพ่อจรัญ มลฤดี จาตุรันต์ "หลวงพ่อสอนให้ฝึกสติ ไม่ได้ให้ไปสวรรค์"

และตั้งใจจะเปิดสำนักพิมพ์เผยแผ่ธรรม ท่านก็เมตตาชี้แนะแนวทาง และตั้งชื่อ สำนักพิมพ์ 'พระพุทธศาสนาประกาศ ให้เมื่อ 17 ปีที่แล้ว เพราะเราตั้งใจให้พระพุทธศาสนาเผยแผ่ไปทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันลูกชายมาสืบสานงานต่อ เราก็ให้กำลังใจลูกให้ทำต่อไป  ปัจจุบัน สำนักพิมพ์พระพุทธศาสนาฯ ก็ยังอยู่ และพิมพ์งานของหลวงพ่อจรัญออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่แรกเลย เมื่อไปศึกษาธรรมกับท่าน ไปฟังธรรมท่าน ก็มาถอดเทป และนำกลับ ไปให้ หลวงพ่อดูอีกครั้งว่า ถูกต้องไหม เพื่อป้องกันว่าเราไม่ได้ไปบิดเบือนคำสอนของท่าน เราจะต้องไปถามท่านทุกครั้งและให้ท่านตรวจทานก่อน

นอกจากนี้ก็นำธรรมะหลวงพ่อจรัญมาเผยแพรในนิดยสารธุรกิจก้าวหน้าด้วย ตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปปฏิบัติธรรม เป็นคอลัมน์ในเล่ม ด้วยหลวงพ่อบอกว่าหนังสือธุรกิจก้าวหน้าดีแล้วให้ความรู้ต้องคู่คุณธรรม ในเรื่องธุรกิจ หลวงพ่อให้ความเห็นว่า โลกทุกวันนี้ไปทางวัตถุเสียมาก ควรนำธรรมะมาใช้ด้วย เราสนใจกันแต่เรื่องภายนอก ละเลยปัญญาภายใน เช่น เรื่องความเมตตา ความละอายต่อบาป สิ่งเหล่านี้คือปัญญาภายใน และโดยส่วนตัวได้เปิดสำนักพิมพ์หนังสือธรรมะที่เล่าให้ฟัง ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช ท่านตั้งชื่อให้ เพื่อให้การเผยแผ่ธรรมเป็นไปอย่างถูกต้อง เพื่อให้สังคมอยู่ร่วมกันได้ดี ไม่เบียดเบียนทำลายกัน

คือ เมื่อเรารู้จักเทคโนโลยีแล้ว ก็ต้องรู้จักพุทโธโลยีด้วย ไว้สำรวจความถูกต้องของตัวเอง ว่าการปฏิบัติของเราเป็นอย่างไรบ้าง หลวงพ่อจรัญท่านก็เมตตาบอกว่า ถือว่าได้ทำสิ่งที่สูงสุดในพระพุทธศาสนาแล้ว ขอให้ทำต่อไป

หลวงพ่อเน้นการสร้างคนด้วยธรรมเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนให้ยั่งยืน หลวงพ่อจรัญท่านเป็นอริยสงฆ์ที่มีแต่ 'ให้'และ 'ช่วย'โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ

ตอนหลวงพ่อละสังขารอยู่ที่โรงพยาบาลไหม?

ไม่ได้อยู่ค่ะ อยู่บ้าน ช่วงนั้นมีความรู้สึกว่ากระสับกระส่าย บอกไม่ถูก ลูกชายอยู่ในประเทศอเมริกา โทรศัพท์มาบอกว่า ได้ข่าวไหม ...เราก็รู้สึกแปลกว่า เมื่อคืนนอนแล้วรู้สึกเจ็บปวดมาก ก็บอกลูกชายไป เขาก็บอกว่าหลวงพ่อละสังขารแล้วนะ...ก็รู้สึกใจหาย ครูบาอาจารย์ของเราจากไปแล้ว แต่ว่าถึงหลวงพ่อละสังขารไป

คำสอนของหลวงพ่อยังอยู่ ท่านสอนไม่ให้เรางมงาย ท่านสอนให้เราฝึกสติเราก็นำมาใช้ได้ตลอดชีวิตของเรา

พระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ ฐิตธมฺโม) เป็นพระภิกษุในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย อดีตเจ้าอาวาส วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี และเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 ท่านมีชื่อเสียงในระดับประเทศจากการเป็นพระนักพัฒนา พระนักเทศน์ และพระวิปัสสนาจารย์ แนวทางการสืบทอดพระพุทธศาสนาของท่านเน้นหนักที่การสั่งสอนเรื่อง 'กฎแห่งกรรม' โดยยกเหตุการณ์ที่ท่านประสบขึ้นมาเป็นอุทาหรณ์สอนเรื่องกฎแห่งกรรมอยู่เสมอ

หลวงพ่อจรัญ เน้นการสอนพัฒนาจิตใจคนด้วยการทำวิปัสสนากรรมฐานด้วยหลักสติปัฏฐาน 4 ซึ่งท่านได้ศึกษาจากพระในป่าเมื่อตอนอายุ 45 ปี ในอาณาบริเวณเขาใหญ่อยู่หนึ่งปี จนเกิดความรู้ความ เข้าใจ แจ่มแจ้งด้วยตนเอง แล้วจึงนำหลักคำสอนของหลวงพ่อในป่า มาสอนให้กับญาติโยม และศิษยานุศิษย์จนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้ที่ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชน หมั่นสวดมนต์ด้วยพุทธชัยมงคลคาถา (พาหุงมหากา) เพื่อเป็นเครื่องเจริญสติอย่างแพร่หลายอีกด้วย

หลวงพ่อจรัญ เกิดเมื่อ 15 สิงหาคม พ.ศ.2471 มรณภาพ 25 มกราคม พ.2559 อายุ 87 ปี อุปสมบทเมื่อ 15 กรกฎาคม พ.ศ.2491 พรรษา 67

หมายเหตุ

มโนมยิทธิ แปลความตามตัวอักษร ได้ว่า 'มีฤทธิ์ทางใจ' คือ การรู้ การเห็นการสัมผัส ตามความเป็นจริงด้วยใจหรือปัญญาที่ทำให้เกิดฤทธิ์ที่สำเร็จด้วยใจ สามารถนิรมิตกายอื่นขึ้นนอกจากกายนี้ ให้เหมือนกับกายที่เป็นอยู่เป็นต้น ดังอุปมาเรื่อง งูกับคราบของงูเป็นต้น

กสิณ คือ วิธีการปฏิบัติสมาธิแบบหนึ่งในพระพุทธศาสนา มีความหมายว่า เพ่งอารมณ์ เป็นสภาพหยาบ สำหรับให้ผู้ฝึกจับสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ติดตาติดใจให้จิตใจจับอยู่ในกสิณใดกสิณหนึ่งใน 10 อย่าง ให้มีอารมณ์เป็นหนึ่งเดียวจิตจะได้อยู่นิ่งไม่ฟุ้งซ่าน

วีดีโอธรรมะ