เมื่อเราไปร่วมงานฌาปนกิจ สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาช้านานคือการได้รับ "ของที่ระลึก" ติดมือกลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือธรรมะ ยาดม พิมเสนน้ำ หรือของใช้ต่างๆ
หลายคนอาจมองว่านี่เป็นเพียง "ธรรมเนียม" ที่ทำตามๆ กันมา เพื่อเป็นการขอบคุณแขกผู้มาร่วมงาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภายใต้วัตถุสิ่งของเหล่านั้น แฝงไปด้วย "กุศโลบาย" หรืออุบายอันชาญฉลาดทางพุทธศาสนา และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก
บทความนี้ พุทโธโลยี จะพาบุกเบิกที่มาและความหมายที่แท้จริง เพื่อให้การจัดเตรียมของที่ระลึกในครั้งต่อไปของคุณ เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าและกุศลเจตนาอย่างสูงสุด
1.จาก "การทิ้งทาน" สู่ "ธรรมบรรณาการ" (ที่มาของการให้)
ในสมัยพุทธกาล การทำบุญอุทิศให้ผู้ล่วงลับ มักทำผ่านการถวายสังฆทานแก่พระภิกษุสงฆ์ ส่วนฆราวาสที่มาร่วมงานนั้น เดิมทีไม่ได้มีธรรมเนียมการแจกของ
จุดเริ่มต้นของการแจกของในไทย สันนิษฐานว่าเริ่มชัดเจนในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นยุคที่การพิมพ์เริ่มเฟื่องฟู แรกเริ่มเดิมที เรียกว่าการแจก "หนังสืองานศพ" โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ:
- เพื่อเป็นอนุสรณ์: บันทึกเกียรติประวัติ คุณงามความดีของผู้วายชนม์ไว้เป็นหลักฐานแก่อนุชนรุ่นหลัง
- เพื่อเป็น "ธรรมทาน": นี่คือกุศโลบายสำคัญที่สุด เพราะทางพุทธศาสนาถือว่า "สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ" (การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง)
การแจกหนังสือบทสวดมนต์หรือหลักธรรม จึงเปรียบเสมือนการที่ผู้วายชนม์ได้ทำหน้าที่เป็น "ผู้ให้ปัญญา" แก่ผู้ที่ยังอยู่ เป็นการสร้างบุญกุศลครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้าย จึงมักเรียกสิ่งของเหล่านี้อย่างไพเราะว่า "ธรรมบรรณาการ" (ของขวัญที่เป็นธรรมะ) Let's
2.กุศโลบายที่ซ่อนอยู่ใน "ของชำร่วย"
นอกเหนือจากหนังสือ ของชำร่วยรูปแบบอื่นๆ ก็แฝงคติธรรมไว้เช่นกัน หากเราพิจารณาให้ดี:
- ยาดม ยาหม่อง พิมเสนน้ำ: สื่อถึงการมีสติ การบรรเทาความทุกข์กาย สบายใจ เป็นเครื่องเตือนใจว่าสังขารเป็นของไม่เที่ยง เจ็บป่วยเป็นธรรมดา
- พัด หรือ ร่ม: สื่อถึงความร่มเย็นเป็นสุข การปัดเป่าความร้อนใจ (กิเลส) ออกไป
- พระเครื่อง หรือ วัตถุมงคล: เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย
ดังนั้น การเลือกของชำร่วยจึงไม่ใช่แค่การเลือกของที่ "ราคาถูก" หรือ "ดูดี" เท่านั้น แต่ควรคำนึงถึง "นัยยะ" ที่จะสื่อสารออกไป เพื่อให้ผู้รับได้ฉุกคิดถึงสัจธรรมของชีวิต
3.การปรับเปลี่ยนในยุคปัจจุบัน: ทรงคุณค่าและใช้งานได้จริง
ในยุคปัจจุบัน กุศโลบายเหล่านี้ยังคงอยู่ แต่รูปแบบอาจปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Utilitarian Value) ควบคู่ไปกับคุณค่าทางจิตใจ (Spiritual Value)
"หนังสืออนุสรณ์" ยุคใหม่ จึงไม่ได้มีแค่บทสวดมนต์ที่อ่านยาก แต่มีการสอดแทรกปรัชญาการดำเนินชีวิตของผู้วายชนม์ หรือเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อให้คนรุ่นใหม่อ่านแล้วนำไปปรับใช้ได้จริง
"ของชำร่วย" ก็เน้นสิ่งที่นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อลดขยะ (ซึ่งก็เป็นการทำบุญรักษาสิ่งแวดล้อมเช่นกัน) แต่ยังคงแฝงคติธรรมผ่านงานดีไซน์ หรือข้อความเล็กๆ บนบรรจุภัณฑ์





การเตรียมของที่ระลึกในงานฌาปนกิจ จึงไม่ใช่เพียงภาระหน้าที่ แต่คือโอกาสในการสร้างบุญกุศลและการส่งต่อปัญญาในวาระสุดท้าย
ที่ พุทโธโลยี (Buddhology) เราตระหนักถึงคุณค่าและที่มาอันลึกซึ้งนี้ เราจึงให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษา เพื่อคัดสรรรูปแบบหนังสือและของชำร่วย ที่ไม่เพียงแต่งดงามสมเกียรติ แต่ยังถูกต้องตามกุศโลบาย เพื่อให้ "ธรรมบรรณาการ" ชิ้นนี้ ทรงคุณค่าแก่ผู้ให้ และเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับอย่างแท้จริง